วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เบื้องหลังรางวัล

เบื้องหลังรางวัล
โนเบลสันติภาพ


จันทร์ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒



๑๘.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. จันทร์วันนี้ มีพิธีเปิด ‘สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน’ ที่สโมสรทหารบก กทม. เชิญศิษย์ทุกรุ่นของ วตท.ไปร่วมงานโดยแต่งกายด้วยสีประจำรุ่น นิติภูมิแจ้งข่าวในฐานะศิษย์ วตท. รุ่น ๕ ครับ



นายอัลเฟร็ด โนเบล นักเคมีชาวสวีเดน ผู้ค้นคิดระเบิดไดนาไมต์ เสียใจที่การค้นคิดระเบิดของตัวเองถูกนำไปใช้ฆ่ามนุษย์จำนวนมาก นายโนเบลจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นรางวัลแก่ผู้อุทิศตนเพื่อความเจริญก้าวหน้า ความสงบ และสันติของสังคมโลก รางวัลนี้มีชื่อว่า ‘โนเบล’



คนที่จะได้รางวัลโนเบลต้องมีผลงานวิจัย หรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือไม่ก็สร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ นายโนเบลแกแสดงเจตนารมณ์ไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่มีสิทธิ์จะได้รับรางวัลนี้ จะต้องเป็น ‘บุคคลผู้อำนวยคุณประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ’ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ และภาษา



รางวัลโนเบลเริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ มี ๖ สาขา คือ ฟิสิกส์ เคมี การแพทย์และสรีรวิทยา วรรณกรรม สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ พิธีมอบรางวัลมีในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ของทุกปี ผู้พระราชทานคือ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรสวีเดน บางปี บางสาขาอาจไม่มีการตัดสินนะครับ แต่มีข้อกำหนดว่า ห้ามเว้นเกิน ๕ ปี



รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมของโลกตะวันตก ยกเว้นตอนให้นายเฟรเดริก ปาสซี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ ท่านผู้นี้เด่นเพราะก่อตั้งสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศซึ่งตอนนี้ก็ยังคงมีบทบาท หรืออย่างการให้นายธีโอดอร์ รูสเวลท์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ ๒๖ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ เพราะท่านไกล่เกลี่ยสงครามระหว่างญี่ปุ่นกับรัสเซียซึ่งแย่งชิงดินแดนแมนจูเรียและเกาหลี ทำให้รัสเซียและญี่ปุ่นไม่สามารถขยายอิทธิพลของตนในตะวันออกไกลได้ ดุลยแห่งอำนาจจึงไม่เปลี่ยนแปลง



ไม่เหมือนตอนถวายรางวัลโนเบลให้ ดาไล ลามะ องค์ที่ ๑๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ ครั้งนั้น ตะวันตกต้องการใช้ดาไล ลามะ คุมกำเนิดบทบาทของสาธารณรัฐประชาชนจีน หรืออย่างนายมิฮาอิล เซรเกเยวิช กอร์บาชอฟ อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียต ท่านผู้นี้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ เพราะโลกตะวันตกต้องการใช้ท่านล้มระบอบคอมมิวนิสต์และก็ได้ผล



เมื่อตะวันตกต้องการหาตัวแทนเพื่อทำลายภาพพจน์ของรัฐบาลทหารพม่า และก็สมใจเมื่อได้นางซู จี มาดำเนินการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน นางซู จี ได้รับรางวัลโนเบลเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔



ปีนี้ คณะกรรมการมอบรางวัลโนเบลให้นายบารัค โอบามา ทั้งที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา การยื่นประวัติเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาทำกันเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายโอบามาได้รับตำแหน่ง คณะกรรมการตัดสินให้รางวัลนายโอบามาเร็วเกินไป คนทั่วโลกวิจารณ์เรื่องนี้กันเยอะ แม้แต่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสันติภาพก็นัดชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโอบามากันแยะถึง ๕ พันคน



หลังจากทราบการประกาศผลรางวัลสันติภาพแล้ว นายโอบามาก็ตบหน้าคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลฉาดใหญ่ เพราะต้นธันวาคม ๒๕๕๒ เดือนที่มีการรับรางวัลนี่แหละ นายโอบามาประกาศส่งทหารเข้าไปเพิ่มในอัฟกานิสถานอีก ๓ หมื่นนาย โดยอ้างกับประชาชนคนอเมริกันว่า เป็นผลประโยชน์สำคัญระดับชาติ



ผู้นำของประเทศตะวันตกทั้งหลายก็สนับสนุนนายโอบามากันใหญ่ แม้แต่นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ก็ยังออกมาชม มาเชียร์ ว่ายุทธศาสตร์ทางการทหารในอัฟกานิสถานของโอบามาเป็นเรื่องที่กล้าหาญ ฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศตะวันตกด้วยกันหนุนการส่งทหารเต็มที่ แถมยังเรียกร้องประเทศต่างๆ ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนคนอัฟกัน ว่าต้องให้การสนับสนุนโอบามา



ยังจำได้ถึงตอนที่นายเลออง จูโฮซ์ ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ ตอนนั้น ผู้คนก็เข้าใจว่า เพราะนายจูโฮซ์ ทำให้สหภาพแรงงานฝรั่งเศสไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ในประเทศ และพ้นจากการแทรกแซงจากสภาพโซเวียต



ราตรีนี้ ขณะที่ผมเขียนคอลัมน์ ที่บ้านผมเต็มไปด้วยนักข่าวและนักการศึกษาชาวออสเตรเลีย รัสเซีย และโปแลนด์ ผมถามเพื่อนชาวโปแลนด์ เพื่อนบอกว่า พ.ศ. ๒๕๒๖ นายเลค วาเลซา ได้รับรางวัลโนเบลเพราะอะไร เพื่อนตอบว่า ตอนนั้น โปแลนด์ยังปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ นายวาเลซาเป็นผู้นำสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตีในโปแลนด์ แกเป็นคนเริ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในโปแลนด์และประเทศบริวารอื่นๆ ของสหภาพโซเวียต



ผู้อ่านท่านเห็นตูดรางวัลโนเบลชัดขึ้นแล้วใช่ไหมครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น